(6มี.ค.) นายเฉิน เต้อหมิง รัฐมนตรีพานิชย์ของจีนเปิดเผยวันนี้นอกรอบการประชุมสมัชชาประชาชนแห่งชาติจีนครั้งที่ 11 ของจีนหรือ NPC ว่า การส่งออกของจีนเริ่มขยายตัวอีกครั้งหลังวิกฤตเศรษฐกิจโลก แต่ต้องใช้เวลาประมาณ 2-3 ปีเพื่อให้การส่งออกกลับไปสู่ระดับปี 2551 อีกครั้ง พร้อมบอกว่า จีนเองยังต้องกระตุ้นการส่งออกด้วยการเพิ่มความต้องการจากต่างประเทศ และส่งเสริมการบริโภคภายในประเทศ
เมื่อปีที่แล้ว มูลค่าการส่งออกของจีนลด ลงร้อยละ 16 แต่ผลิตภัณฑ์มวลรวมในประเทศหรือ จีดีพี ยังคงขยายตัวร้อยละ 8.7 โดยได้รับอานิสงค์จากมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจของรัฐบาลมูลค่า 4 ล้านล้านหยวนหรือราว 19 ล้านล้านบาท ที่เน้นการสร้างสาธารณูปโภคพื้นฐาน
การส่งออกในเดือนมกราคมเพิ่มขึ้นร้อยละ 21 จากช่วงเวลาเดียวกันของปีที่แล้วเป็น 109,470 ล้านดอลลาร์ ส่วนหนึ่งเพราะการบังคับใช้ข้อตกลงการค้าเสรีจีน-อาเซียน โดยยอดส่งออกของจีนมาอาเซียนเพิ่มกว่าร้อยละ 50 ในเดือนมกราคม ขณะที่การส่งออกจากชาติอาเซียนมายังจีนเพิ่มกว่า 2 เท่า ซึ่งรัฐมนตรีพานิชย์จีนย้ำว่า เป็นสถานการณ์ที่ต่างฝ่ายต่างได้ประโยชน์
เมื่อวานนี้ นายกรัฐมนตรีเวิน เจียเป่าของจีน ได้กล่าวเปิดประชุมว่า รัฐบาลตั้งเป้าการเติบโตของเศรษฐกิจในปี 2553 ไว้ที่ 8% และให้สัญญาว่ารัฐบาลจะควบคุมอัตราเงินเฟ้อและจำกัดการขยายตัวด้านการปล่อย กู้เพื่อหลีกเลี่ยงการเกิดภาวะฟองสบู่ และจะควบคุมราคาอสังหาริมทรัพย์ที่เพิ่มสูงขึ้น ควบคู่กับขยายโครงการที่อยู่อาศัยราคาถูกให้มากขึ้น

经济
jīng jì
เศรษฐกิจ
News คมชัดลึก